ความมั่นคงภายใน ในโลกที่ไร้ความแน่นอน

วางใจในจิตสำนึกแห่งพระเจ้าเพื่อรับการปกป้องตลอดเวลา

Back to Schedule
Donate

บทคัดย่อจากข้อเขียนของปรมหังสา โยคานันทะ

ทำไมจึงมีสงครามและภัยธรรมชาติมากมาย?

มหาภัยพิบัติใหญ่ที่เกิดอย่างกระทันหันในธรรมชาติ ที่สร้างความหายนะ เกิดการบาดเจ็บล้มตายคราวละมากๆ ไม่ใช่ “การกระทำของพระเจ้า” มหันตภัยเหล่านั้นเป็นผลจากการคิดและการกระทำของมนุษย์ เมื่อดุลของพลังสั่นสะเทือนความดีความชั่วของโลกกระทบกระเทือนเพราะพลังสั่นสะเทือนอันตรายที่สะสมไว้มากๆ อันเป็นผลจากการที่มนุษย์คิดผิดๆ และกระทำผิดๆ ท่านจะเห็นการทำลายล้าง...

สงครามไม่ได้เกิดจากการกระทำของพระเจ้า แต่เกิดจากความเห็นแก่ตัวอยากได้ทางวัตถุลุกลามไปทั่วโลก ขจัดความเห็นแก่ตัวลง—ทั้งปัจเจก ภาคอุตสาหกรรม ทางการเมือง ประเทศชาติ—แล้วเราก็จะไม่มีสงครามอีกเลย

flower

สภาพจลาจลยุคใหม่ทั่วโลกเป็นผลจากการดำเนินชีวิตที่ขาดอุดมการณ์แห่งพระเจ้า ทั้งปัจเจกและประเทศชาติอาจพ้นภัยนี้ได้ถ้าพวกเขาอยู่กันด้วยอุดมคติสวรรค์ในความเป็นภราดรภาพ การร่วมมือทางอุตสาหกรรม และการแลกเปลี่ยนแบ่งปันระหว่างนานาชาติทั้งด้านสิ่งอุปโภคบริโภคและประสบการณ์

flower

ข้าพเจ้าเชื่อว่าเวลาที่เกิดความเข้าใจกันอย่างกว้างขวางจะมาถึง และเกิดอย่างไร้พรมแดนอีกต่อไป เราจะเรียกโลกว่า ประเทศชาติของเรา และด้วยกระบวนยุติธรรมและความร่วมมือของนานาชาติ เราจะกระจายสิ่งอุปโภคบริโภคในโลกตามความจำเป็นของผู้คนอย่างปราศจากความเห็นแก่ตัว ทว่าความเสมอภาคไม่อาจสถาปนาด้วยการใช้กำลัง มันต้องเกิดจากใจ...เราต้องเริ่มกันตั้งแต่บัดนี้ เริ่มที่ตัวเราเอง เราควรพยายามทำตนให้เหมือนทิพยบุคคลที่มาสู่โลกครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อบอกหนทางแก่เรา เมื่อเรารักกันและกัน เข้าใจกันอย่างแจ่มแจ้ง อย่างที่ท่านเหล่านั้นสั่งสอนและทำตนเป็นแบบอย่าง สันติภาพจะเกิดขึ้นได้

flower

สิ่งหนึ่งที่จะช่วยขจัดความทุกข์ในโลก—ได้ดีกว่าเงินทอง ที่อยู่อาศัย หรือการช่วยเหลือด้านวัตถุอื่นๆ—คือการปฏิบัติสมาธิถ่ายทอดทิพยจิตแห่งพระเจ้าที่เรารู้สึกได้ให้แก่ผู้อื่น ทรราชพันคนก็ไม่อาจทำลายสิ่งที่ข้าพเจ้ามีอยู่ภายใน ถ่ายทอดจิตสำนึกแห่งพระเจ้าสู่ผู้อื่นทุกวัน พยายามทำความเข้าใจแผนการของพระเจ้าที่วางไว้ให้มนุษย์—นั่นคือนำทุกวิญญาณกลับสู่พระองค์—และกระทำการงานอย่างสอดประสานไปกับเจตนารมณ์แห่งพระองค์

flower

พระเจ้าคือความรัก แผนการสร้างสรรค์ของพระองค์หยั่งรากอยู่ในความรัก พระดำริเรียบง่ายนี้เองปลอบประโลมใจมนุษย์ได้ดีกว่าการคิดหาเหตุผลใช่หรือไม่? นักบุญทุกท่านที่ทะลุทะลวงถึงแก่นสัจธรรม ได้ยืนยันว่าแผนการแห่งพระเจ้ามีอยู่จริง และแผนการนั้นงดงามอุดมด้วยความเบิกบาน

มั่นใจไม่หวาดหวั่นด้วยศรัทธาในพระเจ้า

พระเจ้าเป็นที่พักปลอดภัยแห่งเดียวจากพายุร้ายในโลก “เอาพระองค์เป็นที่พึ่งด้วยใจกระตือรือร้น ด้วยพระเมตตาจากพระเจ้า ท่านจะได้รับศานติสูงสุดและที่พึ่งนิรันดร์” ข้าพเจ้าพบชีวิตเบิกบานในพระองค์ ชีวิตอุดมพรอย่างไม่อาจพรรณนา ได้ตระหนักรู้อันมหัศจรรย์ว่าการมีอยู่ทุกหนแห่งของพระองค์นั้นอยู่ในตัวข้าพเจ้านี้เอง ข้าพเจ้าอยากให้ทุกท่านได้สิ่งนั้น

flower

โยคะสอนให้รู้ว่า ที่ใดที่พระเจ้าอยู่ ที่นั่นไร้ความกลัว ปราศจากความโศกเศร้า โยคีผู้ประสบความสำเร็จยืนหยัดอยู่ท่ามกลางโลกที่กำลังแหลกสลาย ท่านมั่นคงด้วยการตระหนักรู้ว่า “ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ไม่ว่าข้าพเจ้าอยู่ที่ใด พระองค์จะเสด็จมา”

flower

การไร้ความกลัวหมายถึงมีศรัทธาในพระเจ้า: ศรัทธาคือการคุ้มครองจากพระองค์ คือความยุติธรรม ปัญญา เมตตา ความรัก และความมีอยู่ทุกหนแห่งของพระเจ้า....

ความกลัวขโมยความไม่ย่อท้ออดทนไปจากวิญญาณของคน ทำลายธรรมชาติการทำงานที่สอดประสานกับทิพยอำนาจภายใน ความกลัวทำให้เกิดความปั่นป่วนทั้งร่างกาย จิตใจ และวิญญาณ ...แทนที่จะอยู่กับความวิตกกังวลเขาควรย้ำเตือนตนว่า “ข้าพเจ้าปลอดภัยยิ่งในป้อมปราการความรักและห่วงใยของพระองค์”

flower

ไม่ว่าท่านอยู่ในป่าแอฟริกา อยู่ในสงคราม หรือเผชิญโรคร้ายและความยากจน ขอให้มีความเชื่อและทูลพระผู้เป็นเจ้าว่า “ข้าพเจ้าอยู่ในยานหุ้มเกราะกับพระองค์ เคลื่อนไปในสนามรบแห่งชีวิต ข้าพเจ้าได้รับการคุ้มครอง” ไม่มีทางอื่นที่จะปลอดภัยได้ ใช้สามัญสำนึกและวางใจในพระเจ้าอย่างเต็มเปี่ยม ข้าพเจ้าไม่ได้พูดเลอะเทอะ แต่ย้ำให้ท่านมีความเชื่อและกล่าวคำย้ำเตือน ไม่ว่าอะไรเกิดขึ้น จงอยู่กับความจริงนี้ “ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า พระองค์เท่านั้นที่จะช่วยข้าพเจ้าได้”

flower

ร้องขอการแก้ปัญหาทั้งหลายจากพระเจ้า อย่าให้ความกล้าและเชาว์ปัญญาตื้อตันเมื่อปัญหายุ่งยากจู่โจมอย่างทันทีทันใดราวหิมะถล่ม ปลุกปัญญาญาณสำนึกและศรัทธาพระเจ้าตื่นตัวอยู่เสมอ พยายามหาหนทางหลบหนีแม้มีทางรอดเพียงเล็กน้อย แล้วท่านจะพบหนทาง สุดท้ายแล้วทุกสิ่งจะดีเอง เพราะพระเจ้าทรงซ่อนความดีงามแห่งพระองค์ไว้เบื้องหลังประสบการณ์ย้อนแย้งที่ผิวเผิน

ยามมืดมน ยึดมั่นการนำทางด้วยความรักแห่งพระเจ้า

ขอให้พระเจ้าเป็นพระเมษโปดกแห่งวิญญาณท่าน ขอให้พระองค์เป็นไฟฉายส่องทางเดินอันมืดมนในชีวิต พระองค์เป็นดวงจันทร์ในราตรีที่ท่านหลงทาง เป็นดวงตะวันยามท่านตื่น เป็นดาวเหนือในทะเลชีวิตอันมืดมิด จงแสวงหาการนำพาของพระองค์ โลกจะขึ้นๆ ลงๆ อย่างนี้ไปเรื่อยๆ เราจะหาทิศทางได้อย่างไร? ต้องไม่ใช่จากอคติของนิสัย สิ่งแวดล้อมในครอบครัว ประเทศชาติของเรา หรือจากโลก แต่จากเสียงการนำทางแห่งสัจจะในตน

ข้าพเจ้าคิดถึงแต่พระเจ้าทุกนาที ข้าพเจ้าวางใจพำนักในพระองค์ มอบจิตและวิญญาณให้พระองค์ทรงดูแล วางความรักและภักดีของข้าพเจ้าไว้แทบพระบาทของพระองค์ผู้ทรงความนิรันดร์ อย่าวางใจสิ่งใดไว้เหนือกว่าพระเจ้า และด้วยการนำภายในของพระเจ้า วางใจผู้ที่สำแดงแสงแห่งพระองค์ แสงนั้นคือแสงนำทางข้าพเจ้า แสงนั้นคือความรักของข้าพเจ้า แสงนั้นคือปัญญาของข้าพเจ้า และพระองค์บอกข้าพเจ้าว่าความดีงามแห่งพระองค์กำลังชนะ และจะชนะตลอดไป

ข้าพเจ้าเคยกังวลเกี่ยวกับสงครามนี้ แต่ข้าพเจ้าโล่งใจเมื่อได้อธิษฐาน “ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ข้าพเจ้าไม่ใช่คนที่จะตัดสิน พระองค์คือผู้ตัดสินมนุษย์และประเทศชาติทั้งหลาย พระองค์รู้กรรมทั้งปวง พระองค์จะทรงตัดสินอย่างไร นั่นก็คือความปรารถนาของข้าพเจ้า” เมื่อคิดได้อย่างนี้ข้าพเจ้าก็หมดห่วงแม้แต่อินเดีย เพราะรู้ว่าพระองค์จะปกป้องแผ่นดินนั้น เราต้องฝึกวางใจการตัดสินของพระเจ้า ซึ่งจะรู้ได้ก็ต่อเมื่อละครแต่ละบทในโลกยุติลง ในช่วงสงคราม เราอาจไม่เข้าใจการตัดสินของพระองค์ แต่เมื่อเวลาผ่านไปเราได้เห็นว่าพระหัตถ์ของพระองค์อยู่ในความขัดแย้งนี้ ผลที่เกิดทันทีและที่จะเกิดต่อไป จะเป็นไปตามการตัดสินของพระองค์ ตามกรรมที่แต่ละประเทศและแต่ละปัจเจกได้กระทำในประเทศที่เขาอยู่ เมื่อพ้นไฟสงครามนี้แล้ว โลกอันเกรียงไกรจะตามมา จงจำไว้ว่า: การใช้กำลังอย่างหยาบช้าไม่เคยพบกับชัยชนะได้ในที่สุด ท่านจะเห็นในสงครามครั้งนี้ คุณความดีของพระเจ้าจะนำชัยชนะให้บังเกิด

อะไรคือหนทางธรรมต่อสถานการณ์โลกปัจจุบัน?

วิกฤติโลกปัจจุบันเป็นไปตามการเคลื่อนขึ้นของทวาปรยุค เพื่อให้โลกดีขึ้น ความชั่วจะถูกล้างออกไป อำนาจความชั่วจะทำลายตัวมันเอง ดังนั้นประเทศที่มีธรรมจะยืนหยัดอยู่ได้อย่างแน่นอน ความดีกับความชั่วขัดแย้งกันมาตั้งแต่เริ่มประวัติศาสตร์ แต่เมื่อโลกเคลื่อนสู่ทวาปรยุค ยุคไฟฟ้าหรือยุคปรมณู ศักยภาพยิ่งใหญ่มีได้ทั้งทางดีและที่ทำลายเพราะการใช้เทคโนโลยีอย่างผิดๆ โดยผู้ละโมบหลงอำนาจ ด้วยอิทธิพลของทวาปรยุค เทคโนโลยีจะก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ประชากรทั่วไปจะได้รับความสำเร็จในระดับสูงขึ้น แต่ความก้าวหน้านี้ก็สร้างช่องว่างกว้างใหญ่ระหว่างผู้สำเร็จกับผู้ไปไม่ถึงความสำเร็จ ซึ่งจะบ่มเพาะความอิจฉาริษยา เกิดปัญญาสังคม เศรษฐกิจและการเมือง

ข้าพเจ้าเชื่อภราดรภาพของมนุษย์อันเกิดจากความรัก ความเข้าใจ และการร่วมมือระหว่างกัน พึงแนะนำให้โลกรู้ถึงเป้าหมายอันทรงคุณค่าและแนวคิดที่ดีด้วยแบบอย่างทางธรรมและวิธีการที่ดี ไม่ใช่ด้วยสงครามและการใช้กำลังอย่างหยาบช้า อำนาจการเมืองที่ขาดหลักคุณธรรมอันตรายนัก เมื่อพูดถึงหลักทางธรรม ข้าพเจ้าไม่ได้หมายถึงหลักการของศาสนาใดศาสนาหนึ่ง—ซึ่งอาจแบ่งแยกด้วยเช่นกัน—แต่หมายถึงธรรมะหรือหลักการความดีความถูกต้องสากลเพื่อความสุขสวัสดีของมนุษยชาติ การจะป้องกันไม่ให้ความชั่วแพร่กระจายบางทีสงครามแห่งความถูกต้องก็จำเป็น ท่านไม่อาจเทศนาการไม่ใช้ความรุนแรงและการให้ความร่วมมือแก่เสือป่า เพราะเสือจะขย้ำท่านก่อนจะทันได้อธิบายถึงปรัชญา มนุษย์บางคนก็เช่นกัน ก่อกรรมชั่วอย่างไม่ฟังเหตุผล ผู้ก่อสงคราม อย่างเช่นฮิตเลอร์ จะพ่ายแพ้ ผู้จำเป็นต้องต่อสู้ในสงครามอันชอบธรรมต่อความชั่วช้าจะชนะ สงครามนั้นจะชอบธรรมหรือไม่ พระเจ้าเท่านั้นจะเป็นผู้ตัดสิน

flower

ข้าพเจ้าขอพยากรณ์ไว้ตอนนี้ว่า: โลกจะไม่ล่มสลาย อย่าได้ตกใจกลัว จงเชื่อในพระบิดา พระองค์จะปกป้องท่านถ้าท่านระลึกถึงอุดมคติแห่งพระองค์ ถ้าท่านศรัทธาในพระองค์ เรากำลังเคลื่อนขึ้นไปเรื่อยๆ หนึ่งพันสองร้อยปีแห่งยุควัตถุผ่านพ้นไปแล้ว และยุคปรมาณูซึ่งมีระยะเวลาสองพันสี่ร้อยปีผ่านไปแล้วสามร้อยปี จากนั้นจะเป็นยุคแห่งธรรม เราไม่ได้อยู่ตอนขาลง ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น วิญญาณจะชนะ ข้าพเจ้าขอทำนายไว้อย่างนี้...ผู้ใดก็ตามที่ใช้ระเบิดเพื่อรุกรานจะล่มไปด้วยระเบิด แต่ข้าพเจ้ารู้ว่าในหัวใจของคนอเมริกันและอินเดียไม่รักความรุนแรง ดั่งเช่นฮิตเลอร์กับอำนาจของเขาจะล่มสลาย ทรราชทุกคนก็เช่นกัน ไม่ว่าเขาอยู่ที่ไหนก็จะล่มสบายไป ข้าพเจ้าขอทำนายเอาไว้

flower

พี่น้องหญิงชายร่วมโลกของข้าพเจ้า: โปรดระลึกไว้เสมอว่าพระเจ้าคือพระบิดาของเรา พระองค์ทรงเป็นเอก เราทุกคนเป็นลูกของพระองค์ เราจึงต้องหาวิธีสร้างสรรค์เพื่อช่วยกันและกันทั้งทางร่างกาย จิตใจ เศรษฐกิจ และวิถีธรรมในฐานะพลเมืองตามอุดมคติในสหรัฐแห่งโลก....

เมื่อทุกวิญญาณพ้นจากการแบ่งแยกเล็กๆ น้อยๆ เมื่อเข้าใจจิตและวิญญาณที่แท้จริง ความทุกข์ในโลกจะถูกชำระด้วยไฟการหยั่งรู้สกลภาวะแห่งพระเจ้าและภราดรภาพของมนุษย์

สื่อทั้งหลาย เช่นวิทยุ โทรทัศน์ และการเดินทางทางอากาศทำให้เราไปมาถึงกันอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เราต้องเรียนรู้ว่า จะไม่ใช่เอเชียสำหรับชาวเอเชีย ยุโรปสำหรับชาวยุโรป อเมริกาสำหรับชาวอเมริกาเป็นต้นได้อีกต่อไป มีแต่สหรัฐแห่งโลกภายใต้พระเจ้า ที่มนุษย์ทุกคนสามารถเป็นพลเมืองโลกตามอุดมคติ มีโอกาสสำเร็จได้ทั้งทางกาย จิต และวิญญาณ

จงแสวงหารักนิรันดร์แห่งพระเจ้าเบื้องหลังเงาไร้ความยั่งยืนของโลก

ไม่มีมนุษย์คนใด ไม่มีผู้เผยพระวจนะคนใดสามารถกวาดล้างความไม่เท่าเทียมและการแบ่งแยกบนโลกนี้ แต่เมื่อท่านพบตนเองในจิตแห่งพระเจ้า การแบ่งแยกเหล่านี้จะหายไป และท่านจะพูดได้ว่า:

โอ ชีวิตหวานล้ำ ความตายคือความฝัน เมื่อบทเพลงของพระองค์หลั่งไหลในตัวข้าพเจ้า ความปีตินั้นหวานล้ำนัก ความโศกเศร้าคือความฝัน เมื่อบทเพลงของพระองค์หลั่งไหลในตัวข้าพเจ้า สุขภาพหวานนัก ความเจ็บป่วยคือความฝัน เมื่อบทเพลงของพระองค์หลั่งไหลในตัวข้าพเจ้า การชื่นชมหวานนัก การตำหนิคือความฝัน เมื่อบทเพลงของพระองค์หลั่งไหลในตัวข้าพเจ้า

นี่เป็นปรัชญาสูงสุด อย่าหวาดกลัวสิ่งใดเลย แม้ถูกซัดอยู่บนคลื่นพายุ ท่านก็ยังอยู่ในอ้อมอกมหาสมุทร วางใจในจิตแห่งพระเจ้าอันสถิตทั่ว ตั้งจิตให้มั่นกล่าวว่า “ข้าพเจ้าไร้ความกลัว ข้าพเจ้าถูกสร้างจากสสารของพระเจ้า ข้าพเจ้าคือประกายไฟบรมวิญญาณ ข้าพเจ้าคืออะตอมของเปลวจักรวาล ข้าพเจ้าเป็นเซลล์หนึ่งในกายอันไพศาลแห่งพระบิดา ‘ข้าพเจ้ากับพระบิดาเป็นหนึ่งเดียวกัน’”

flower

ทอดกายแทบพระบาทของพระเจ้า ไม่มีเวลาอื่นนอกจากขณะนี้ที่จะมอบตัวถวายพระองค์...ใช้พลังวิญญาณของท่านทั้งหมดแสวงหาพระเจ้า...หมอกควันมายากีดกั้นระหว่างเรากับพระองค์ พระองค์ทรงเสียพระทัยที่เราไม่เห็นพระองค์ ทรงไม่สบายใจเมื่อเห็นลูกๆ ทุกข์ทรมาน—ตายเพราะระเบิด โรคร้าย และดำเนินชีวิตด้วยนิสัยผิดๆ ทรงเสียพระทัย เพราะพระองค์รักเรา ประสงค์ให้เรากลับสู่พระองค์ ถ้าท่านเพียงแต่พยายามปฏิบัติสมาธิตอนค่ำอยู่กับพระองค์! พระองค์ทรงคิดถึงท่านมาก ท่านไม่ได้ถูกทอดทิ้ง แต่ท่านนั่นแหละทอดทิ้งอาตมันของท่านเอง...พระเจ้าไม่เคยเพิกเฉยต่อท่าน....

เป้าหมายเดียวของการเนรมิตสร้าง คือกดดันให้ท่านไขปริศนาการสร้างและรู้ว่าพระเจ้าอยู่เบื้องหลังทุกสิ่ง พระองค์ประสงค์ให้ท่านลืมทุกสิ่งเพื่อแสวงหาพระองค์เท่านั้น เมื่อท่านพบที่พึ่งในพระผู้เป็นเจ้า จิตสำนึกของชีวิตและความตายมิใช่ความจริง ท่านจะเห็นทวิภาวะทั้งหลายเหมือนความฝันในยามหลับ มันมาและไปในการดำรงนิรันดร์ของพระเจ้า จงอย่าลืมพระธรรมเทศนานี้ ที่พระองค์ตรัสกับท่านผ่านเสียงข้าพเจ้า อย่าลืม! พระองค์ตรัสว่า:

“เราก็ช่วยตัวเองไม่ได้เหมือนเจ้าทั้งหลาย เพราะเราคือวิญญาณของเจ้า ซึ่งผูกยึดอยู่กับร่างกายเจ้า ถ้าเจ้าไม่ไถ่อาตมันของเจ้าเอง เราก็ถูกกักขังอยู่กับเจ้า อย่าเสียเวลาก้มหน้าอยู่กับโคลนตมแห่งความทุกข์ความหลงต่อไปอีกเลย มาเถิด! ชำระตัวเจ้าในแสงของเรา”

flower

พระผู้เป็นเจ้าประสังค์ให้เราหนีพ้นไปจากโลกมายานี้ ทรงร้องเรียกเรา เพราะทรงรู้ว่ายากเหลือเกินสำหรับเราที่จะหลุดพ้นไปถึงพระองค์ได้ แต่เราต้องจำไว้เพียงอย่างเดียวว่าเราเป็นลูกของพระองค์ อย่ามัวสงสารตนเอง พระเจ้ารักเราเท่ากับที่ทรงรักพระเยซูและพระกฤษณะ เราต้องแสวงหาความรักของพระองค์ เพราะในรักนั้นเราจะได้อิสรภาพนิรันดร์ ได้ความปีติสุขและอมตะนิรันดร์

flower

อย่ากลัวฝันร้ายของโลกนี้ ตื่นอยู่กับแสงอมตะแห่งพระเจ้า! มีบางเวลาในชีวิตที่ข้าพเจ้าเองก็รู้สึกราวกับว่าช่วยอะไรไม่ได้เลยตอนชมภาพยนตร์สยดสยอง แล้วไปให้ความสำคัญกับโศกนาฏกรรมการแสดงเกินไป อยู่มาวันหนึ่งขณะกำลังปฏิบัติสมาธิ เกิดแสงสว่างไสวในห้องของข้าพเจ้า พระสุรเสียงของพระเจ้าตรัสกับข้าพเจ้าว่า “เจ้ากำลังฝันเรื่องอะไร? ดูแสงนิรันดร์ของเราสิ มีฝันร้ายมากมายของโลกมาแล้วไป ไม่มีอะไรจริง” นี่คือสิ่งประโลมใจยิ่ง! ฝันร้ายไม่ว่าจะน่ากลัวเพียงใดก็เป็นเพียงฝันร้าย ภาพยนตร์ไม่ว่าสนุกสนานหรือโศกเศร้าก็เป็นเพียงภาพยนตร์ อย่าฝังใจอยู่กับละครเศร้าสลดน่ากลัวของชีวิตนี้ จะฉลาดกว่ามั้ยถ้าวางใจไว้ที่อำนาจซึ่งไม่เปลี่ยนแปรและไม่เสื่อมสลาย? กังวลไปทำไมกับเรื่องราวแปลกๆ ไม่สบายใจในภาพยนตร์โลก! เรามาอยู่ที่นี่แค่ช่วงสั้นๆ จงศึกษาบทเรียนละครชีวิตและค้นหาอิสรภาพของเราให้พบ

flower

ใต้เงาของชีวิตนี้คือแสงอัศจรรย์แห่งพระเจ้า จักรวาลคือวิหารอันไพศาลของพระองค์ เมื่อทำสมาธิท่านจะพบประตูที่เปิดสู่พระองค์ทุกหนแห่ง เมื่อท่านสนทนากับพระองค์ ความระส่ำระสายในโลกไม่อาจทำลายความปีติและศานติที่ท่านได้รับ กล่าวคำย้ำเตือน: “ในชีวิตและความตาย ในความป่วยไข้ ทุพภิกขภัย โรคร้ายระบาด หรือความยากจน ข้าพเจ้าขออยู่กับพระองค์ตลอดไป โปรดช่วยให้ข้าพเจ้าได้ตระหนักรู้ว่า ข้าพเจ้าคือบรมวิญญาณอมตะ ไม่กระทบกระเทือนไปกับการเปลี่ยนวัย จากวัยเด็ก สู่วัยหนุ่มสาว วัยชรา และความโกลาหลในโลก”

แบ่งปันสิ่งนี้บน